Monday, November 12, 2012

เมืองไทย " เมืองยิ้ม " ( ตอนที่ ๓ )

เมืองไทย " เมืองยิ้ม " ( ตอนที่ ๓ )
เทศกาลลอยกระทง

           เทศกาลที่เป็นที่นิยมกันมากที่สุดเทศกาลหนึ่งในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ก็คือ เทศกาลลอยกระทง ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงอากาศโปร่งใสสบายและสิ้นสุดฤดูฝนแล้ว นอกจากนี้ระดับน้ำในแม่น้ำละคลองทั่วทั้งประเทศก็มีระดับสูงด้วย

            คำว่า " Loy " ก็คือ " ลอย " และคำว่า " กระทง " นี้หมายถึงกระทงรูปดอกบัวทำด้วยใบตองและใูกระทงส่วนใหญ่ก็จะใส่เทียนไข ธูป ๓ ดอก ดอกไม้และเงินเหรียญ

            ความจริงแล้ว เทศกาลนี้แต่เดิมเป็นพิธีทางศาสนาพราหมณ์ ซึ่งประชาชนต้องการแสดงความขอบคุณต่อเจ้าแม่คงคา ดังนั้น คืนเดือนเพ็ญประชาชนจึงจุดเทียนและธูปพร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานแล้วจึงลอยกระทงในลำคลอง แม่น้ำ หรือแม้แต่สระน้ำเล็กๆ เป็นที่เชื่อกันว่า กระทงนี้จะพาไปซึ่งบาปและความโชคร้ายทั้งมวลออกไป นอกจากนี้การตั้งจิตอธิษฐานก็เพื่อปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง แน่นอนที่สุดช่วงนี้เป็นเวลาแห่งความรื่นเริงและสนุกสนาน เพราะได้ลอยความเศร้าโศกต่างๆ ออกไปแล้ว



            เทศกาลลอยกระทงจะเริ่มในช่วงเย็นเมื่อพระจันทร์เต็มดวง ประชาชนจากทุกสาขาอาชีพจะนำกระทงของตนไปยังแม่น้ำใกล้ๆ หลังจากจุดเทียนไขและธูปแล้วจึงตั้งจิตอธิษฐานในสิ่งที่ตนปราถนาแล้วจึงค่อยๆ วางกระทงลงในน้ำแล้วปล่อยให้กระทงลอยไปจนสุดลูกตา

            การประกวดสาวงามก็เป็นส่วนสำคัญของเทศกาลนี้เช่นกัน แต่ว่าในโอกาสเช่นนี้ เราเรียกว่า " การประกวดนางนพมาศ " นางนพมาศเป็นสตรีในตำนานครั้งสุโขทัย ตามหลักฐานกล่าวว่า นางนพมาศเป็นสนมเอกของพระเจ้ากรุงสุโขทัยนามว่า " ลิไท " กล่าวกันว่านางนพมาศเป็นคนแรกที่ทำกระทงประดับประดาสวยงามเพื่อลอยในลำน้ำในโอกาสนี้

            ในกรุงเทพมหานคร สถานที่ใหญ่ๆ เช่น โรงแรมขั้นนำและสวนสนุกจะจัดเทศกาลลอยกระทงขึ้นพร้อมทั้งจดให้มีการประกวดกระทงประจำปีด้วย

            สำหรับผู้มาเยือนประเทศไทย เทศกาลลอยกระทงนี้ เป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาด และเทศกาลนี้ก็จัดไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยวด้วย ทุกๆ คนสามารถเข้าร่วมสนุกสนานรื่นเริงได้






By Essays on Thailand

No comments:

Post a Comment