เมืองไทย " เมืองยิ้ม " ( ตอนที่ ๓๙ )
สภากาชาดไทย
สภากาชาดไทยถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๓๖ ในช่วงระหว่างเกิดกรณีพิพาทเรื่องชายแดน จึงเป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันขึ้นบริเวณชายแดน กลุ่มสตรีไทยชั้นสูงในสมัยนั้นจึงตัดสินใจเข้ารับใช้พระมหากษัตริย์และประเทศชาติ โดยการเข้าช่วยเหลือทหารที่ป่วยและได้รับบาดเจ็บบริเวณชายแดน
สตรีผู้เสนอให้จัดตั้งสภาขึ้นก็คือ ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ( สตรีชั้นสูงในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ) หลังจากได้รับพระบรมราชานุญาตจากรัชกาลที่ ๕ และสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภา ผ่องศรี ทรงพระกรุณารับเป็นองค์อุปถัมภ์แล้ว สภาอณุโลมแดงก็ได้รับการจัดตั้งขึ้น ซึ่งในปี พ.ศ.๒๔๓๖ ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสภากาชาดไทยและเข้าเป็นสมาชิกสันนิบาตสภากาชาดเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๔
สภากาชาดไทยได้พัฒนาด้านการบริการและตอบสนองความต้องการของประชาชนเป็นการบรรเทาทุกข์ในท้องถิ่นชนบทห่างไกล โดยการเพิ่มพูนกำลังของสถานีกาชาด หน่วยแพทย์เคลื่อนที่และมุ่งพัฒนาศักยภาพของเหล่ากาชาดและอาสากาชาด เพื่อการร่วมมืออย่างใกล้ชิด
ปัจจุบัน สภากาชาดไทยเป็นองค์การสาธารณกุศลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศได้ดำเนินการมาครบรอบ ๑๐๐ ปีแห่งการให้บริการสังคมไทย ( ๒๔๓๖ - ๒๕๓๖ ) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงให้การอุปถัมภ์สภากาชาดไทยได้รับเกียรติอย่างสูง ทีพระองค์ทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งอุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย
Saturday, August 31, 2013
Thailand " Land of Smile " ( Part 39 )
Thailand " Land of Smile " ( Part 39 )
The Thai Red Cross Society
The Thai Red Cross Society was established in 1893 during territorial disputes, resulting in skirmishes along the Thai border. A group of Thai women serving in Royal Court decided to serve their King and their nation by aiding the sick and wounded soldiers at the border.
The woman who put forward the proposal to form a society was Thanpuying Plien Pasakornravong , a Lady of the Royal Court in the Reign of King Chulalongkorn ( Rama V ). With the approval of the king and Her Majestry Queen Saovabha Pongsiri serving as President, the Red Unalom Society was founded, which in 1910 changed its name to the Thai Red Cross Society, and then became a member of the International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies ( IFRC ) on April 18, 1921.
The Thai Red Cross Society continues to improves its services and responses to the plight of the Thai people with emphasis on Relief Operations for those in remote areas by increasing Red Cross stations, mobile clinics and developing more potential of the Provincial Red Cross branches and volunteers for closer cooperation.
Today, the Thai Red Cross Society, the biggest charity organisation in Thailand, has completed its first centennial services to Thai society ( 1893 - 1993 ). Under the patronage of Their Majesties the King and Queen, the Princess Maha Chakri Sirindhorn to the post of Executive Vice President of the Thai Red Cross Society.
The Thai Red Cross Society
The Thai Red Cross Society was established in 1893 during territorial disputes, resulting in skirmishes along the Thai border. A group of Thai women serving in Royal Court decided to serve their King and their nation by aiding the sick and wounded soldiers at the border.
The woman who put forward the proposal to form a society was Thanpuying Plien Pasakornravong , a Lady of the Royal Court in the Reign of King Chulalongkorn ( Rama V ). With the approval of the king and Her Majestry Queen Saovabha Pongsiri serving as President, the Red Unalom Society was founded, which in 1910 changed its name to the Thai Red Cross Society, and then became a member of the International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies ( IFRC ) on April 18, 1921.
The Thai Red Cross Society continues to improves its services and responses to the plight of the Thai people with emphasis on Relief Operations for those in remote areas by increasing Red Cross stations, mobile clinics and developing more potential of the Provincial Red Cross branches and volunteers for closer cooperation.
Today, the Thai Red Cross Society, the biggest charity organisation in Thailand, has completed its first centennial services to Thai society ( 1893 - 1993 ). Under the patronage of Their Majesties the King and Queen, the Princess Maha Chakri Sirindhorn to the post of Executive Vice President of the Thai Red Cross Society.
Friday, August 23, 2013
สรรพสิ่งไร้ชีวิตชีวาเพราะมนุษย์ พลังชีวิตอยู่ในธรรมชาติ
ต้นไม้ในกระถางย่อมขาดพลังชีวิต
นกที่ขังในกรงย่อมลดความเป็นธรรมชาติ
มิสู้ดอกไม้และฝูงนกในป่าเขา
ซึ่งปะปนระคนเคล้ากลายเป็นภาพอันวิจิตร
เหินลมอยู่บนท้องฟ้า
เป็นตัวของตัวเอง
ดื่มด่ำในความอิสระเสรีอย่างซาบซึ้ง
นิทัศน์อุทาหรณ์
แสงดาวที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้าต้นไม้เล็กๆ ในป่าเขา ลำต้นโตสั้น กิ่งก้านอวบอ้วน ซ้ำยังมีใบดกหนาเป็นสุมทุมพุ่มพฤกษ์ เขียวขจีชวนชมยื่งนัก
ในคืนฤดูร้อน หิ่งห้อยเปล่งแสงวาววับอยู่กลางทุ่งนา สวยระยับจับตาน่าเพลิดเพลินจำเริญใจอย่างที่สุด
แต่ท่านเคยคิดถึงบ้างไหมว่า ต้นไม้เล็กๆ ที่ปลูกอยู่ในกระถางและหิ่งห้อยที่ถูกจับใส่ไว้ในขวดเป็นอย่างไรบ้าง
ต้นไม้เล็กๆ ที่ปลูกอยู่ในกระถาง จะแคระแกร็นอยู่อย่างนั้นตลอดไป เพราะมันไม่มีสิ่งบำรุงเลี้ยงอันพอเพียง ไม่มีอากาศอันสดชื่นบริสุทธิ์ ใบก็จะค่อยๆ เฉาลง กิ่งก็จะค่อยๆ ย้อยลง มันไม่อาจจะเติบโตสูงใหญ่ได้อีกต่อไป มันได้แต่แอบริษยาต้นไทรใหญ่ข้างบ้านที่เติบโตอยู่บนพื้นดิน
พึงพอใจตัวเอง
พึงพอใจตัวเอง
ลูกศิษย์คนหนึ่งพูดกับฌานาจารย์อู๋เต๋อ ว่า " อาจารย์ฉันศึกษาปฏิบัติธรรมที่นี่หลายปี ฉันรู้สึกว่าพอแล้ว จึงคิดจะกราบลาอาจารย์ ออกธุดงค์ทั่วทุกสารทิศ " ฌานาจารย์ได้ฟังดังนั้น ก็ถามด้วยน้ำเสียงไม่เห็นด้วยว่า " พอแล้วหมายความว่าอย่างไร ? "
ลูกศิษย์ตอบว่า " พอแล้วก็คือเต็มแล้ว หมายความว่าใส่ลงไปไม่ได้อีกแล้ว " ฌานาจารย์จึงสั่งให้ลูกศิษย์นำอ่างมา ใส่ก้อนหินลงไป แล้วถามลูกศิษย์ว่า " เจ้าว่าอ่างใบนี้เต็มแล้วหรือยัง ? " ลูกศิษย์ตอบว่าเต็มแล้ว
ฌานาจารย์จึงใช้มือกอบทรายหลากกำใส่ลงในอ่าง ปรากฏว่าทรายไม่หกล้นออกนอกอ่างแม้แต่เม็ดเดียว ฌานาจารย์ถามลูกศิษย์ว่า " เต็มแล้วหรือยัง ? " ลูกศิษย์ตอบว่าเต็มแล้ว
ลูกศิษย์คนหนึ่งพูดกับฌานาจารย์อู๋เต๋อ ว่า " อาจารย์ฉันศึกษาปฏิบัติธรรมที่นี่หลายปี ฉันรู้สึกว่าพอแล้ว จึงคิดจะกราบลาอาจารย์ ออกธุดงค์ทั่วทุกสารทิศ " ฌานาจารย์ได้ฟังดังนั้น ก็ถามด้วยน้ำเสียงไม่เห็นด้วยว่า " พอแล้วหมายความว่าอย่างไร ? "
ลูกศิษย์ตอบว่า " พอแล้วก็คือเต็มแล้ว หมายความว่าใส่ลงไปไม่ได้อีกแล้ว " ฌานาจารย์จึงสั่งให้ลูกศิษย์นำอ่างมา ใส่ก้อนหินลงไป แล้วถามลูกศิษย์ว่า " เจ้าว่าอ่างใบนี้เต็มแล้วหรือยัง ? " ลูกศิษย์ตอบว่าเต็มแล้ว
ฌานาจารย์จึงใช้มือกอบทรายหลากกำใส่ลงในอ่าง ปรากฏว่าทรายไม่หกล้นออกนอกอ่างแม้แต่เม็ดเดียว ฌานาจารย์ถามลูกศิษย์ว่า " เต็มแล้วหรือยัง ? " ลูกศิษย์ตอบว่าเต็มแล้ว
Thursday, August 22, 2013
ความสุขของกบในบ่อ
ความสุขของกบในบ่อ
ในที่ซึ่งปกคลุมด้วยต้นหญ้า มีบ่อน้ำบ่อหนึ่งที่คนเลิกใช้แล้ว ในบ่อมีกบตัวหนึ่งอาศัยอยู่ วันหนึ่งกบตัวนี้ขึ้นมาพักที่ปากบ่อและได้เห็นตะพาบทะเลตัวหนึ่งหลงทางกำลังคลานต้วมเตี้ยมตรงมายังบ่ออันเป็นที่อาศัยของมัน กบเห็นแล้วดีใจมากร้องบอกว่า
" เร็ว มาซี รีบมาดูสวรรค์อันสวยงามของข้าบ้าง "
เมื่อตะพาบทะเลคลานมาถึงปากบ่อยื่นหัวลงไปมอง เห็นในบ่อมีน้ำที่ขังจนเป็นสีเขียวอยู่นิดเดียว แต่กบก็ยังคุยต่อไปว่า " แกคงไม่เคยได้รับความสุขในสภาพเช่นนี้มาก่อนแน่ๆ ตอนหัวค่ำข้าสามารถขึ้นมาตากลมที่ปากบ่อ ตอนดึกข้าก็มุดเข้าไปนอนในไหแตก ข้ายังสามารถลอยตัวนอนฝันอยู่บนน้ำได้ และกระโดดไปกระโดดมาอย่างสบายใจอยู่บนดินเลน พวกลูกกบและปูนั้นหามีความสุขเสมอเหมือนข้าไม่ ! "
กบบรรยายจนน้ำลายเป็นฟอง ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกพอใจ " ดูซิ ทั้งหมดนี้อยู่ในความควบคุมดูแลของข้า เป็นไปตามที่ข้าต้องการทั้งหมด แกไม่อยากจะลงไปดูบ้างหรือ ? "
ตะพาบทะเลคลานที่ปากบ่อ เนื่องจากตัวมันใหญ่ ฉะนั้นยังไม่ทันที่ตีนข้างซ้ายของมันจะยื่นลงไป ตีนข้างขวาก็ติดกิ่งไม้กั้นขอบบ่อเสียแล้วตะพาบทะเลจึงได้แต่ถอยออกมา กล่าวกับกบว่า " แกเคยได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับทะเลไหม ? "
กบสั่นหัว ตะพาบจึงพูดต่อไปว่า " ข้านี่แหละอาศัยอยู่ในทะเล ที่เรียกว่าทะเลนั้นมีแต่น้ำสุดลูกหูลูกตามองไม่เห็นฝั่ง ที่ราบพันลี้ก็ยังนำมาเทียบกับทะเลไม่ได้ ดอยสูงพันวา เมื่อเอามาวางลงในทะเลก็จะจมมองไม่เห็นยอด ในยุคแห้งแล้งที่แปดปีฝนแล้งเจ็ดปีนั้น น้ำในทะเลก็ไม่ลดลงแม้แต่น้อย ข้าอยู่ในทะเลอย่างอิสระเต็มที่ ไม่มีอะไรมาขัดขวางกีดกั้น แกรู้สึกว่าความสุขในทะเลเป็นอย่างไรบ้าง ? "
กบฟังแล้วได้แต่ตาโตพูดไม่ออก
ในที่ซึ่งปกคลุมด้วยต้นหญ้า มีบ่อน้ำบ่อหนึ่งที่คนเลิกใช้แล้ว ในบ่อมีกบตัวหนึ่งอาศัยอยู่ วันหนึ่งกบตัวนี้ขึ้นมาพักที่ปากบ่อและได้เห็นตะพาบทะเลตัวหนึ่งหลงทางกำลังคลานต้วมเตี้ยมตรงมายังบ่ออันเป็นที่อาศัยของมัน กบเห็นแล้วดีใจมากร้องบอกว่า
" เร็ว มาซี รีบมาดูสวรรค์อันสวยงามของข้าบ้าง "
เมื่อตะพาบทะเลคลานมาถึงปากบ่อยื่นหัวลงไปมอง เห็นในบ่อมีน้ำที่ขังจนเป็นสีเขียวอยู่นิดเดียว แต่กบก็ยังคุยต่อไปว่า " แกคงไม่เคยได้รับความสุขในสภาพเช่นนี้มาก่อนแน่ๆ ตอนหัวค่ำข้าสามารถขึ้นมาตากลมที่ปากบ่อ ตอนดึกข้าก็มุดเข้าไปนอนในไหแตก ข้ายังสามารถลอยตัวนอนฝันอยู่บนน้ำได้ และกระโดดไปกระโดดมาอย่างสบายใจอยู่บนดินเลน พวกลูกกบและปูนั้นหามีความสุขเสมอเหมือนข้าไม่ ! "
กบบรรยายจนน้ำลายเป็นฟอง ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกพอใจ " ดูซิ ทั้งหมดนี้อยู่ในความควบคุมดูแลของข้า เป็นไปตามที่ข้าต้องการทั้งหมด แกไม่อยากจะลงไปดูบ้างหรือ ? "
ตะพาบทะเลคลานที่ปากบ่อ เนื่องจากตัวมันใหญ่ ฉะนั้นยังไม่ทันที่ตีนข้างซ้ายของมันจะยื่นลงไป ตีนข้างขวาก็ติดกิ่งไม้กั้นขอบบ่อเสียแล้วตะพาบทะเลจึงได้แต่ถอยออกมา กล่าวกับกบว่า " แกเคยได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับทะเลไหม ? "
กบสั่นหัว ตะพาบจึงพูดต่อไปว่า " ข้านี่แหละอาศัยอยู่ในทะเล ที่เรียกว่าทะเลนั้นมีแต่น้ำสุดลูกหูลูกตามองไม่เห็นฝั่ง ที่ราบพันลี้ก็ยังนำมาเทียบกับทะเลไม่ได้ ดอยสูงพันวา เมื่อเอามาวางลงในทะเลก็จะจมมองไม่เห็นยอด ในยุคแห้งแล้งที่แปดปีฝนแล้งเจ็ดปีนั้น น้ำในทะเลก็ไม่ลดลงแม้แต่น้อย ข้าอยู่ในทะเลอย่างอิสระเต็มที่ ไม่มีอะไรมาขัดขวางกีดกั้น แกรู้สึกว่าความสุขในทะเลเป็นอย่างไรบ้าง ? "
กบฟังแล้วได้แต่ตาโตพูดไม่ออก
บันทึกใน " จวงจื่อ "
Wednesday, August 21, 2013
๖ ศอก ๘ หน้า
๖ ศอก ๘ หน้า
ความชำนาญและคล่องแคล่วที่เหนือกว่าคนปกติ หรือมีความเก่งกว่าคนอื่นหลายเท่านัก
By ปรัชญา ซามูไร
ความชำนาญและคล่องแคล่วที่เหนือกว่าคนปกติ หรือมีความเก่งกว่าคนอื่นหลายเท่านัก
By ปรัชญา ซามูไร
Subscribe to:
Posts (Atom)

.jpg)
.jpg)

.jpg)
