Friday, May 10, 2013

เคลื่อนหรือนิ่งแต่พอเหมาะ จะเข้าหรือออกก็ไร้สิ่งกีดขวาง




น้ำไหลแต่กลับไร้เสียง
จึงซาบซึ้งต่อความเงียบสงัดในความอึกทึก
เขาสูงแต่เมฆลอยผ่าน
จึ่งสำนึกในเหตุที่ก้าวจากอัตตาสู่อนัตตา

นิทัศน์อุทาหรณ์
พิณไร้สายของเถาหยวนหมิง

          เมื่อนั่งอยู่ริมคลองอันสวยงาม แม้หูจะได้ยินเสียงน้ำไหลริน แต่กลับรู้สึกว่าแผ่นดินกว้างใหญ่นี้มีแต่ความสงบเงียบ สามารถจะหาความสุขสบายได้

          เฉกเช่นเมฆขาวที่ลอยละล่องอยู่บนฟากฟ้า ภูเขาแม้จะสูงลิบลิ่วก็หาสามารถจะกีดขวางมันไว้ไม่ มันยังคงลอยลิ่วปลิวไปในฟ้าใส ไปมาอย่างเสรี

          มีชายที่น่าพิศวงอยู่คนหนึ่งในจีน จิตใจของเขาบรรลุถึงอาณาจักรแห่งความกลมกลืนขั้นสูงสุด เขาคนนั้นก็คือเถาหยวนหมิงมหากวีลูกทุ่งแห่งสมัยราชวงศ์จิ้น เถาหยวนหมิงซึ่งไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจอิทธิพลเพื่อข้าวเพียง ๕ โต่วคนนั้น !
  

          เถาหยวนหมิงมีพิณอยู่ตัวหนึ่ง แต่ไม่มีสาย หลังจากเขาดื่มเหล้าจนได้ที่แล้ว ก็มักจะหยิบพิณไร้สายออกมาด้วยความเบิกบาน กรีดนิ้วดีดอยู่บนพิณซึ่งไร้สายพิณนั้นอย่างดื่มด่ำ

          พฤติการณ์ของเขา ในสายตาของคนทั้งหลาย นับว่าเป็นเรื่องน่าหัวร่อจึงถามเขาว่า

          " ท่านดีดพิณไม่เป็น จะมีประโยชน์อะไรที่ท่านจะใช้มือดีดบนพิณไร้สาย ? "

          เถาหยวนหมิงตอบว่า " เมื่อซาบซึ้งใจในพิณ ไฉนจะต้องได้ยินเสียงมัน ? "

          เขาก็คือก้อนเมฆที่ลอยไปลอยมา มีหัวใจที่สงบเงียบและกลมกลืน มีแห่งหนที่ตนแสวงหา ไม่ถูกรบกวนจากภายนอก ไร้สิ่งกีดขวาง เกษมสำราญเต็มเปี่ยม




 By หงอิ้งหมิง สมัยราชวงศ์หมิง ( สายธารแห่งปัญญา )

No comments:

Post a Comment