Wednesday, November 25, 2015

ค้นพบ



ค้นพบ


          มีคนพูดว่า โลกนี้ไม่ได้ขาดคุณงามความดี แต่ขาดการค้นพบต่างหาก

          การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติคืออะไร

          โคลัมบัสค้นพบทวีปใหม่ นิวตันค้นพบแรงโน้มถ่วง นักโบราณคดีค้นพบวัถุโบราณล้ำค่า เช่น โครงกระดูกมนุษย์ปักกิ่ง ไดโนเสาร์ สุสานฉินซีฮ่องเต้ เป็นต้น

          พระอาจารย์เซนเดินทางข้ามน้ำข้ามภูเขาแสวงหาสัจธรรม เขากลับมาบังเอิญได้กลิ่นดอกเหมยบาน จึงได้ค้นพบว่าฤดูใบไม้ผลิได้มาเยือนนานแล้ว การรู้แจ้งไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย ผู้ปฏิบัติเซนเฝ้าฝึกฝนบำเพ็ญเพียรนานนับสิบปีวันหนึ่งเมื่อได้บรรลุแจ้ง ถึงกับร้องอุทานออกมาว่า ข้ารู้แจ้งแล้ว ข้ารู้แจ้งแล้ว คนอื่นถามว่าท่านรู้แจ้งอะไร เขาตอบว่า ข้าค้นพบว่าที่แท้แม่ชีทำมาจากผู้หญิง

           นักฟิสิกส์ค้นพบอะตอม นิวตรอน โมเลกุล นักชีววิทยาค้นพบการกลายพันธุ์ของดอกไม้ หวังว่าในอนาคตนักวิทยาศาสตร์จะค้นพบตัวยาที่ทำให้คนผิวดำกินเข้าไปแล้วสามารถเปลี่ยนสีผิวเป็นสีเหลือง สีขาว ถ้าเช่นนี้ได้ โลกนี้ก็จะไม่มีปัญหาการเหยียดผิวอีกต่อไป

Friday, October 16, 2015

รังกาเหว่าบนกิ่งไม้


รังกาเหว่าบนกิ่งไม้

         เล่ากันว่า มีนกชนิดหนึ่งประเภทนกกาเหล่าแต่มีปากสีขาว และว่ากันว่าเป็นนกที่ฉลาดมาก คือยังไม่ทันจะย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิมันก็คาดว่า ฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงปีนี้จะต้องมีลมพายุบ่อยๆ เพื่อเตรียมป้องกันไว้ก่อน มันจึงย้ายจากรังที่ทำอยู่บนยอดไม้ลงมาทำรังบนกิ่งไม้ที่อยู่ต่ำๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ ถึงแม้ลมพายุจะไม่สามารถพัดเอารังของมันหล่นลงมา แต่เนื่องจากมันทำรังห่างพื้นดินไม่มาก คนที่เดินผ่านมาก็มักจะยื่นมือมาล้วงเอาลูกนกไป ส่วนพวกเด็กๆ ยิ่งร้ายกว่านั้น จะเอาไม้มากระทุ้งรังให้ใข้ของมันหล่นแล้วเอาไปกิน

          ด้วยเหตุนี้มันเป็นนกที่ระวังภัยที่อยู่ไกล แต่ลืมป้องกันความวิบัติที่อยู่ใกล้

บันทึกใน " ไหวหนานจื่อ "

Opinions (ความเห็น)

Opinions (ความเห็น)

Opinions 

Winners are opened mind,
They do not cling rigidly to one opinion,
They will often seek a harmonious compromise;
To achieve their main goal

Losers are closed mined,
They cling blindly to one opinion,
Creating opposition all around them;
Losing possible benefits just for the sake of arguing

Liberators are free mind,
They observe the opinions as the smoke in the wind, come and go;
Changing from time to time according to new information;
So, they try to base their conclusions on fact rather than opinions;
Their minds are focused by the invaluable light of truth

Tuesday, October 06, 2015

คนแก่ที่น่ารัก



คนแก่ที่น่ารัก

         ในคัมภีร์พุทธศาสนามีบันทึกเรื่อง " เมืองคนแก่ " เรื่องเล่าว่า มีประเทศหนึ่งมองว่าคนแก่ไม่มีประโยชน์ จึงเอาคนแก่ในเมืองไปทิ้งไว้ในป่าเขา เมื่อคนแก่กลุ่มนี้มีจำนวนมากขึ้น พวกเขาจึงก่อตั้งตัวเองเป็นประเทศเล็กๆ

         อยู่มาวันหนึ่ง ประเทศที่ไม่ชอบคนแก่นี้ได้รับสารฉบับหนึ่งซึ่งฑูตจากประเทศหนึ่งส่งมา แต่ไม่มีใครในประเทศอ่านหนังสือในสารนั้นออกสักคนเดียว พระราชาจึงประกาศว่า ถ้าใครสามารถอ่านจดหมายฉบับนี้ได้จะมีรางวัลให้อย่างงาม มีขุนนางผู้ใหญ่ท่านหนึ่งขอพระบรมราชานุญาติให้เขานำจดหมายนั้นไปขอให้ผู้รู้อ่าน ในวันรุ่งขึ้นจึงสามารถอธิบายความในจดหมายนั้นได้ พร้อมทั้งตอบคำถามที่ในจดหมายได้ตั้งคำถามขึ้นว่า จะชั่งน้ำหนักช้างได้อย่างไร จะแยกแยะแม่ม้าได้อย่างไร จะรู้ได้อย่างไรว่างูตัวไหนตัวเมียตัวไหนตัวผู้ เป็นต้น พระราชามีความยินดีมาก ทรงตรัสถามว่าทั้งหมดนี้รู้ได้อย่างไร ขุนนางผู้ใหญ่ท่านนั้นตอบว่า เป็นเพราะสติปัญญาของคนแก่นั่นเอง พระราชาจึงทรงยอมรับว่าการที่ตนเองไม่เคารพคนแก่นั้นเป็นข้อผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง ดังนั้นคนแก่ไม่เพียงน่ารัก แต่ยังมีประโยชน์อีกด้วย

Saturday, October 03, 2015

สลักแคมเรือเพื่องมดาบ


สลักแคมเรือเพื่องมดาบ

         มีชาวเมืองฉู่คนหนึ่งนั่งเรือข้ามฟาก เนื่องจากเผลอตัวไม่ระมัดระวังดาบที่คาดเอวจึงหล่นลงน้ำไปในขณะที่เรือแล่นอยู่กลางแม่น้ำ

          ชายคนนั้นรีบสลักเครื่องหมายไว้ที่แคมเรือตรงที่ดาบหล่นทันที

          คนที่นั่งมาในเรือลำเดียวกันเห็นเช่นนั้นก็ประหลาดใจ จึงถามเขาว่า " ท่านสลักเครื่องหมายไว้ทำไม ? "

          ชายผู้นั้นตอบว่า " เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะดาบของข้าพเจ้าหล่นไปตรงที่ทำเครื่องหมายไว้นี้ "

          อีกสักครู่ต่อมา พอเรือเข้าเทียบฝั่ง ชายผู้นั้นก็กระโดดลงไปในน้ำตรงที่เขาสลักเครื่องหมายไว้เพื่องมดาบของตนจ้าระหวั่น

          ไม่ว่าใครต่างก็รู้ดีว่า เรือนั้นเคลื่อนที่ แต่ดาบที่หล่นลงน้ำนั้นหาได้เคลื่อนที่ตามเรือมาไม่ ฉะนั้นการทำเครื่องหมายไว้ที่แคมเรือเพื่องมดาบจึงเป็นการกระทำที่โง่เขลายิ่งนัก

บันทึกใน " หลี่สื้อชุนชิว "

Saturday, March 07, 2015

บรรพที่ ๑ ขัตติยธรรมและโครงสร้างการปกครอง ( บทที่ ๒ โครงสร้างการปกครอง )

บรรพที่ ๑ ขัตติยธรรมและโครงสร้างการปกครอง
บทที่ ๒  โครงสร้างการปกครอง

แก่นไม้ไม่ตรง ลายไม้บิดเบี้ยว


          ต้นยุคเจินกวน ถางไท่จงฮ่องเต้เคนตรัสแก่เซียวหวี่ ( ขุนนางผู้ใหญ่สมัยนั้น เคยเป็นพระอาจารย์ของรัชทายาท ต่อมาได้เป็นเสนาบดียุติธรรม ) ว่า



          " ข้าฯ ชอบเล่นเกาทัณฑ์ตั้งแต่เด็ก คิดว่าตัวเองรู้ศาสตร์และศิลป์ด้านเกาทัณฑ์หมดแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ ข้าฯ ได้คันเกาทัณฑ์ที่ดีมากว่า ๑๐ คัน จึงเอาไปอวดนายช่าง แต่นายช่างบอกว่า ' คันเกาทัณฑ์ทั้งหมดนี้ ไม่ได้ทำด้วยวัสดุที่ดี ' ข้าฯ ถามถึงเหตุผล นายช่างก็บอกว่า ' แก่นไม้ไม่ตรง ลายไม้บิดเบี้ยว คันเกาทัณฑ์จึงจะแข็งแกร่ง แต่เวลายิง ลูกเกาทัณฑ์จะวิ่งไม่ตรงเป้าทั้งหมดนี้ ไม่ใช่คันเกาทัณฑ์ที่ดี ' ข้าฯ จึงได้รู้ข้อเท็จจริงอย่างถ่องแท้ ข้าฯ รวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่นด้วยเกาทัณฑ์ ใช้คันเกาทัณฑ์มานับไม่ถ้วน กลับไม่รู้เหตุผลข้อนี้ เวลานี้ ข้าฯ เพิ่งครองแผ่นดินได้ไม่นาน ยังเข้าใจกุศโลบายปกครองไม่เท่าวิชาเกาทัณฑ์ แม้คันเกาทัณฑ์ ข้าฯ ยังดูพลาด แล้วกุศโลบายปกครองเล่า ? "



           หลังจากนั้น ถางไท่จงฮ่องเต้จึงมีราชโองการถึงเหล่าเสนาอำมาตย์ให้ขุนนางในเมืองหลวงตั้งแต่ระดับห้าขึ้นไป หมุนเวียนกันเข้าเวรในจวนว่าการเสนาบดี ( จงซู่เสิ่ง ตั้งอยู่ในเขตพระราชวังต้องห้าม คล้ายทำเนียบรัฐบาลในสมัยนี้ ) และทุกครั้งที่พระองค์มีรับสั่งให้ขุนนางเหล่านั้นเข้าเฝ้า จะทรงเชื้อเชิญให้นั่งในที่อันทรงเกียรติ พระองค์ไม่เพียงสนทนาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบเป็นการส่วนตัว ยังสอบถามสภาพท้องที่ต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อรับทราบความทุกข์ยากเดือดร้อนและความต้องการของราษฎร ตลอดจนผลของการอบรมกล่อมเกลาราษฎรด้วย