Friday, August 15, 2014

คนเมืองชี่ห่วงฟ้าถล่ม


คนเมืองชี่ห่วงฟ้าถล่ม

        มีเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งชื่อเมืองชี่ ในเมืองนี้มีชายผู้หนึ่งที่ชอบคิดแต่เรื่องสัพเพเหระ เขาคิดไปๆ ก็คิดว่าฟ้าอาจจะถล่มลงมาเมื่อไรก็ได้ แผ่นดินก็อาจจะยุบลงไปกะทันหัน เมื่อคิดเช่นนี้เขาก็ไม่มีความสุข ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนดี เขายิ่งคิดก็ยิ่งวิตกจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

        มีชายผู้หนึ่งรู้เรื่องนี้เข้าก็นึกขำในใจ และได้มาแนะเขาว่า " ฟ้านั้นเป็นเพียงการรวมตัวขึ้นของอากาศไม่ว่าที่ไหนก็มีอากาศทั้งนั้น คนเรามีชีวิตและหายใจอยู่ท่ามกลางอากาศ เมื่อเป็นเช่นนี้ท้องฟ้าจะถล่มลงมาได้อย่างไร "

        ชายชาวเมืองผู้นั้นถามต่อไปอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่า " เอาล่ะ ถ้าหากฟ้าเป็นการรวมตัวของอากาศแล้วพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาวล่ะจะไม่หล่นลงมาหรือ ? "

        " ไม่ ไม่หล่นลงมาแน่ๆ " ชายผู้นั้นตอบ " พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาวก็เป็นกลุ่มอากาศที่เปล่งแสงได้ ถึงแม้จะหล่นลงมาถูกหัวคนเข้าก็ไม่เป็นอันตราย "

        คนเมืองชี่ฟังแล้วยังไม่ค่อยวางใจ ถามต่อไปว่า " ถ้าแผ่นดินถล่มลงไปจะทำอย่างไร ? "

        ชายผู้นั้นตอบว่า " แผ่นดินเป็นการรับทับถมกันขึ้นของก้อนดิน ไม่ว่าที่ไหนก็เป็นดินทั้งนั้นแล้วจะถล่มลงไปได้อย่างไร "

        ชาวเมืองชี่คนนั้นฟังแล้วก็เห็นจริง รู้สึกสบายใจเหมือนกับยกก้อนหินที่ทับอกออก ส่วนชายคนที่ช่วยแนะนำก็รู้สึกพอใจมาก

บันทึกใน " เลี่ยจื่อ "

Wednesday, August 13, 2014

เกาถูกที่


เกาถูกที่

        การแก้ปัญหาที่ตรงจุดและการปรนนิบัติคนที่รักอย่างที่เขาต้องการ





By ปรัชญา " ซามูไร "

หลงทาง


หลงทาง

       สาวกคนหนึ่งถามฌานาจารย์ฝอกวงว่า " อาจารย์ ในคัมภีร์มีโศลกธรรมว่า ' บูชาร้อยพันพระสงฆ์ มิสู้บูชานักพรตไร้ใจ ' ไม่ทราบว่าร้อยพันพระสงฆ์มีบาปอันใด ? หนึ่งนักพรตไร้ใจมีกุศลอันใด ? "

       ฌานาจารย์ฝอกวงจึงเอื้อนโศลกธรรมอีกสองบาทว่า " เมฆขาวลอยวนคลุมหุบเหว นกมากมายกลับรังไม่ถูก "

       โศลกบทนี้มีความหมายว่า การบูชาพระสงฆ์ร้อยพันรูปทั่วสิบทิศเท่ากับมีจุดมุ่งหมาย ซึ่งกลับจะทำให้ตัวเองหลงทาง แต่ถ้าบูชานักพรตไร้ใจหนึ่งรูป ก็จะอยู่เหนือสิ่งทั่งปวงด้วยปัญญาที่ไม่มีการแบ่งแยก

        คนเราถ้าจิตยึดมั่นถือมั่นมากไป ในใจย่อมมีพันเงื่อนหมื่นปมผู้ใดตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ย่อมไม่อาจกระทำการใดๆ ตามปกติ ดังเช่นคนที่ปลูกไม้หวังผล ต้องการให้ต้นไม้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว รีบผลิดอกออกผล แต่ละวันจะแวะไปดแล้วดูอีก ทุกครั้งที่ดูจะรดน้ำด้วย ใส่ปุ๋ย ขอถามหน่อยว่าต้นไม้ต้นนี้เจริญเติบโตตามปกติได้หรือไม่ ?

Friday, August 08, 2014

มีสิทธิ์ครอบครองและมีสิทธิ์ใช้


มีสิทธิ์ครอบครองและมีสิทธิ์ใช้

       " มีที่นาหมื่นไร่ แต่วันหนึ่งกินข้าวได้เท่าใด มีห้องหับนับพัน แต่พื้นที่ใช้หลับนอนเพียงไม่กี่ศอก " ท่านเคยคิดถึงบ้างหรือเปล่า ในชีวิตนี้... ท่านมีสิทธิ์ครอบครองจริงๆ เท่าใด และมีสิทธิ์ได้ใช้จริงๆ เท่าใด

       ด้านกาลเวลา แม้ว่าท่านมีสิทธิ์ที่จะมีอายุได้ถึงร้อยปี แต่ท่านเคยมีเวลาว่างสบายๆ เป็นของตัวเองสักเท่าใด ดังที่กษัตริย์สเปน พระเจ้า Abderram ที่ ๓ ซึ่งครองราชย์เป็นเวลา ๕๐ ปี เมื่อทรงสละราชสมบัติ ทรงตรัสด้วยความสะเทือนใจสุดประมาณว่า " ชีวิตข้าพเจ้า วันเวลาที่สุขสบาย ที่เป็นของข้าพเจ้าจริงๆ มีเพียง ๑๔ วันเท่านั้น " แม้ว่าท่านจะมีบ้านช่องใหญ่โตหรูหราห้องหับนับพัน แต่ท่านเคยหลับอย่างเป็นสุขโดยไม่ฝันเลยบ้างไหม ? ท่านมีครอบครัว แต่คนในครอบครัวเป็นของท่านหรือเปล่า ท่านมีธุรกิจมากมาย ธุรกิจเหล่านั้นพึ่งได้บ้างไหม ?

        ในโลกนี้... สิ่งที่ท่านมีสิทธิ์ครอบครอง ไม่แน่ว่าท่านจะมีสิทธิ์ได้ใช้ สิ่งที่ท่านไม่มีสิทธิ์ครอบครอง ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะไม่มีสิทธิ์ได้ใช้มัน

        ข้าพเจ้าไม่มีตึกใหญ่โตสักหลัง แต่หลังคากันสาดหน้าตึกของท่าน ข้าพเจ้าสามารถใช้ยืนหลบฝนชั่วคราวได้ ไม้ดอกในสวนดอกไม้ของท่าน ข้าพเจ้าขอมองจากริมรั่วเข้าไปชื่นชมมันสักนิดน่าจะได้นะ

นักลัทธิหรูกับเสื้อผ้าสำนักหรู



นักลัทธิหรูกับเสื้อผ้าสำนักหรู

        ครั้งหนึ่งจวงจื่อซึ่งเป็นฝ่ายลัทธิเต๋าได้พบกับไอกงกษัตริย์ของรัฐหลู่ กษัตริย์ของรัฐหลู่ทรงเย้ยหยันเขาโดยตรัสว่า " ในรัฐหลู่นี้เต็มไปด้วยนักลัทธิหรู ( พวกนับถือปรัชญาสำนักขงจื้อ ) ยากจะหาคนที่ยินดีเป็นสาวกท่าน "

        " ข้าพเจ้ามีความเห็นตรงกันข้าม " จวงจื่อกล่าว " ข้าพเจ้าเห้นว่าในรัฐหลู่นี้คนศรัทธาลัทธิหรูมีน้อยมาก "

        กษัตริย์ไอกงทรงพระสรวลตรัสว่า " ท่านไม่เห็นหรอกหรือว่าคนในรัฐหลู่นี้ต่างสวมเสื้อผ้าแบบหรูทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้จะพูดว่ามีน้อยได้อย่างไร "

        จวงจื่อทูลตอบว่า " ข้าพเจ้าได้ฟังมาว่า ชาวลัทธิหรูนั้นเมื่อสวมหมวกกจะรู้ฤดูกาล พอสวมรองเท้าที่ทำด้วยปอและป่านก็จะรู้สภาพของดิน สายรัดเอวที่มีหยกห้อยอยู่นั้นทำให้เชี่ยวชาญในการวินิจฉัย "

        " ถูกแล้ว ถูกแล้ว ! " กษัตริย์ไอกงทรงตรัสอย่างพอพระทัย

        จวงจื่อกล่าวต่อไปว่า " ในเมื่อพสกนิกรเข้าใจในเหตุผลข้อนี้แล้วก็ไม่จำเป็นจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ดังกล่าวนี้ ตรงกันข้ามบุคคลผู้สวมเสื้อผ้าแบบนี้ไม่แน่นักว่าจะเข้าใจเหตุผลดังกล่าว "

        กษัตริย์ไอกงทรงสั่นพระเศียรแสดงว่าไม่เห็นด้วย

       จวงจื่อจึงทูลว่า " ถ้าหากพระองค์ทรงสงสัย ข้าพเจ้าขอทูลให้พระองค์ทดลองดูโดยประกาศพระราชโองการไปทั่วทั้งรัฐว่า หากผู้ใดไม่สามารถรู้สภาพฤดูกาล สภาพของพื้นพิภพแล้วยังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบสำนักหรูผู้นั้นจะต้องโทษประหารชีวิต "

       หลังจากกษัตริย์ไอกงแห่งรัฐหลูประกาศพระราชโองการได้เพียง ๕ วันเท่านั้น ทั่วทั้งรัฐหลู่ก็ไม่มีใครกล้าแต่งกายเช่นนั้นอีก

บันทึกใน " จวงจื่อ "

พูดเก่ง ก็ต้องฟังเก่งด้วย


พูดเก่ง ก็ต้องฟังเก่งด้วย

       คำปรัชญาญี่ปุ่นในเรื่องนี้เป็นการสังเกตในเรื่องมารยาทและบทบาทของคน เขาเชื่อกันว่า " คนที่พูดเก่งจริงๆ นั้นย่อมจะฟังคนอื่นพูดเก่งด้วย " เพราะน่าจะเป็นการให้เกียรติผู้ร่วมสนทนาและจะนำพาไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืนต่อไป หลายคนเป็นนักพูดที่ดี สามารถโน้มน้าวจิตใจคนเป็นจำนวนมากให้เชื่อและคล้อยตามได้ แต่น่าเสียดายเขาเหล่านั้นไม่ใช่นักฟังที่ดี

        ดไวท์ ไอเซนฮาวร์ ( Dwight Eisenhower ) สมัยที่เขาเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพสัมพันธมิตรในยุโรป เขาเป็นแหล่งข่าวที่น่ารักของนักข่าวทุกคน เพราะเขาสามารถตอบคำถามของนักข่าวได้อย่างชัดเจนด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค แต่ 10 ปีต่อมาเมื่อไอเซนฮาวร์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ นักข่าวกลุ่มเดิมที่เคยชื่นชมเขาก็เริ่มบ่น เมื่อไอเซนฮาวร์ไม่สามารถตอบคำถามนักข่าวได้ตรงประเด็น ไอเซนฮาวร์ไม่รู้ตัวว่าเขาเองนั้นเป็นนักฟังที่ไม่ดีนัก

        เพราะตลอดเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้ช่วยของเขาได้รวบรวมคำถามของบรรดาสื่อมวลชนมาให้เขาอ่านก่อนการแถลงข่าวอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง แต่พอเขาขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีต่อจากประธานาธิบดี แฟรงกลิน ดี รูสเวลท์ ( Franklin D. Roosevelt ) และประธานาธิบดีแฮร์รี่ ทรูแมน ( Harry Truman ) ซึ่งทั้งสองเป็นนักฟังที่ดี และชอบให้ผู้สื่อข่าวตั้งคำถามได้อย่างอิสระ ไอเซนฮาวร์ก็ทำตามอย่างประธานาธิบดีรุ่นก่อน โดยไม่รู้ว่าตนเองไม่ใช่นักฟังที่ดี เพราะเขาไม่เคยฟังคำถามใดๆ จากผู้สื่อข่าวเลย เอาแต่พูดอยู่ฝ่ายเดียว