Thailand " Land of Smile " ( Part 27 )
Forest Preservation
It is said that the real wealth of nature can be touched only in a forest. Since the forest brings enormous benefits to mankind and animals, if the entire forest is destroyed, then the world will suffer severe drought which will eventually lead to the extinction of all beings on earth.
Prior to 1961, the kingdom of Thailand had an abundant forest area of about 53.33% of the country's total area. Unfortunately, a 1988 satellite photo survey showed that forest areas in Thailand had diminished to only about 28.03% of the country's total land area. Most of the devasted forest areas are located in the northeast, the north, the upper part of the central plains and the west ; where there was an extensive slash - and - burn agricultural practice by villagers and illegal log poaching.
Thursday, April 04, 2013
Wednesday, April 03, 2013
ความหรรษามีคุณค่าที่เป็นธรรมชาติ ทิวทัศน์มิได้ดีที่มีมากหรืออยู่ไกล
สิ่งที่ให้ความสำราญไม่จำเป็นต้องมาก
ในบ่อน้ำเท่าชามอ่าง
ระหว่างก้อนหินเท่ากำปั้น
ทิวทัศน์ภูเขาลำน้ำก็ครบครัน
ความซาบซึ้งในธรรมชาติไม่จำเป็นต้องไปไกล
ที่หน้าต่างหญ้าคา
ใต้หลังคาบ้านไม้ไผ่
สายลมแสงเดือนก็พอแก่ความสุขใจ
นิทัศน์อุทาหรณ์
หนึ่งบุบผาคือหนึ่งวิมาน
ชายคนหนึ่ง ชอบสังเกตสรรพสิ่งและสร้างความเพ้อฝันอยู่ตลอดเวลา วันหนึ่ง เขาเพ่งพินิจพิจารณาทรายเม็ดหนึ่งอย่างละเอียดพบว่าโลกในทรายช่างกว้างใหญ่ไพศาลเหลือเกิน
เมื่อไปเห็นดอกไม้สวยสดที่ปลูกอยู่บนกองทราย ก็ยิ่งรู้สึกว่าวิเศษเสียจริงๆ เขามองเห็นความสวยงามและความดีความชอบทั้งปวงอยู่ในนั้น ดอกไม้ดอกเดียวเป็นเหมือนดังวิมานแห่งหนึ่ง
เขาจึงเขียนคำพังเพยไว้ว่า
" หนึ่งเม็ดทรายคือหนึ่งโลก
หนึ่งบุบผาคือหนึ่งวิมาน
สวรรค์หรือนรก
สวรรค์หรือนรก
บางสิ่งที่เราได้ฟังมานั้นมันอาจจะไม่ใช่ความจริง ฟังดูเหมือนดีดั่งกับเป็นสวรรค์ แต่แท้จริงแล้วมันเลวร้ายยิ่งกว่าตกขุมนรกเสียอีก
By ปรัชญา ซามูไร
บางสิ่งที่เราได้ฟังมานั้นมันอาจจะไม่ใช่ความจริง ฟังดูเหมือนดีดั่งกับเป็นสวรรค์ แต่แท้จริงแล้วมันเลวร้ายยิ่งกว่าตกขุมนรกเสียอีก
By ปรัชญา ซามูไร
Tuesday, April 02, 2013
ดูซิว่า คุณจะใช้คนโง่กับกรรไกรอย่างไร ?
ดูซิว่า คุณจะใช้คนโง่กับกรรไกรอย่างไร ?
ผมชอบพูดเรื่อง " ปรัชญาแห่งเครื่องมือ " เช่น ที่นี่มีมีดเล่มหนึ่งแหลมคมมาก ถ้ามอบมีดเล่มนี้ให้คนเลว ก็จะเป็นเรื่องอันตรายยิ่ง แต่มีดเล่มเดียวกันนี้ ถ้าอยู่ในมือหมอผ่าตัด ก็จะกลายเป็นมีดช่วยชีวิตคน
เห็นได้ชัดว่า เครื่องมือนั้นขึ้นอยู่กับเราใช้มันอย่างไร ซึ่งผลที่ได้รับจะแตกต่างกันมาก
เรื่องเครื่องมือนี้ นำมาใช้เปรียบกับคนได้เช่นกัน เพราะคนเรานั้นสิบคนก็สิบแบบ แต่ละคนนิสัยต่างกัน ยิ่งกว่านั้น คนมิใช่เครื่องมือ คนมีความคิดและความสามารถ อีกทั้งมีอารมณ์ความรู้สึก จึงค่อนข้างบังคับให้ทำตามใจเราลำบาก แต่เรื่องหนึ่งใดนั้น ถ้ามองในอีกแง่มุมหนึ่ง ก็อาจกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งได้
ถ้าเราต้องการให้ใครทำอะไร ก็บังคับให้เขาทำได้ ดูเหมือนว่า เขาเป็นม้าหรือสุนัข จะเหมาะกว่า
ผมชอบพูดเรื่อง " ปรัชญาแห่งเครื่องมือ " เช่น ที่นี่มีมีดเล่มหนึ่งแหลมคมมาก ถ้ามอบมีดเล่มนี้ให้คนเลว ก็จะเป็นเรื่องอันตรายยิ่ง แต่มีดเล่มเดียวกันนี้ ถ้าอยู่ในมือหมอผ่าตัด ก็จะกลายเป็นมีดช่วยชีวิตคน
เห็นได้ชัดว่า เครื่องมือนั้นขึ้นอยู่กับเราใช้มันอย่างไร ซึ่งผลที่ได้รับจะแตกต่างกันมาก
เรื่องเครื่องมือนี้ นำมาใช้เปรียบกับคนได้เช่นกัน เพราะคนเรานั้นสิบคนก็สิบแบบ แต่ละคนนิสัยต่างกัน ยิ่งกว่านั้น คนมิใช่เครื่องมือ คนมีความคิดและความสามารถ อีกทั้งมีอารมณ์ความรู้สึก จึงค่อนข้างบังคับให้ทำตามใจเราลำบาก แต่เรื่องหนึ่งใดนั้น ถ้ามองในอีกแง่มุมหนึ่ง ก็อาจกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งได้
ถ้าเราต้องการให้ใครทำอะไร ก็บังคับให้เขาทำได้ ดูเหมือนว่า เขาเป็นม้าหรือสุนัข จะเหมาะกว่า
ฉลาดโต้
ฉลาดโต้
วันหนึ่ง...
ฮุ่ยอั๊งเข้าเฝ้าพระเจ้ากั๋งแห่งรัฐซ้อง พระเจ้าซ้องกั๋งทอดพระเนตรเห็นเข้าไม่พอพระทัยตรัสเกรี้ยวกราดว่า
" ฉันชอบคนกล้า กับคนแข็งแรง ไม่ชอบคนสอนศีลธรรม เจ้ามีอะไรแนะนำ "
ฮุ่ยอั๊งกราบทูลว่า
" ถ้าสมมติว่าข้าพระองค์มีวิธีทำให้คนกล้าหาญและคนที่ทรงพลังที่สุดต่อยหรือตีพระองค์ไม่ถูกพระองค์จะทรงโปรดไหม "
" วิเศษ นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการ "
" การที่มีคนต่อยตี ถึงจะไม่ถูกก็เท่ากับเป็นกรหมิ่นพระเกียรติยศของพระองค์ ถ้าข้าพระองค์มีวิธีหยุดมิให้เขากล้าที่จะต่อยตีล่ะ "
" นั่นยิ่งดีไปใหญ่ "
วันหนึ่ง...
ฮุ่ยอั๊งเข้าเฝ้าพระเจ้ากั๋งแห่งรัฐซ้อง พระเจ้าซ้องกั๋งทอดพระเนตรเห็นเข้าไม่พอพระทัยตรัสเกรี้ยวกราดว่า
" ฉันชอบคนกล้า กับคนแข็งแรง ไม่ชอบคนสอนศีลธรรม เจ้ามีอะไรแนะนำ "
ฮุ่ยอั๊งกราบทูลว่า
" ถ้าสมมติว่าข้าพระองค์มีวิธีทำให้คนกล้าหาญและคนที่ทรงพลังที่สุดต่อยหรือตีพระองค์ไม่ถูกพระองค์จะทรงโปรดไหม "
" วิเศษ นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการ "
" การที่มีคนต่อยตี ถึงจะไม่ถูกก็เท่ากับเป็นกรหมิ่นพระเกียรติยศของพระองค์ ถ้าข้าพระองค์มีวิธีหยุดมิให้เขากล้าที่จะต่อยตีล่ะ "
" นั่นยิ่งดีไปใหญ่ "
Monday, April 01, 2013
แล้วแต่วาสนา
แล้วแต่วาสนา
ฌานาจารย์ฝาเหยียนศึกษาธรรมะจากพระอาจารย์ชิ่งฮุ่ยเป็นเวลานาน ยังไม่บรรลุธรรม จึงกราบลาพระอาจารย์ ออกพเนจรภิกขาจารไปทั่วทุกหนทุกแห่ง
มาวันหนึ่ง ท่านผ่านอารามตี้จั้งย่วน หลวงจีนจือเค่อซือ ( เข้าใจอาคันตุกะ ) ผู้มีหน้าที่ต้อนรับอาคันตุกะในอาราม เห็นท่านก็ถามว่า " ฌานาจารย์ท่านนี้จะไปยังที่ใด ? "
ฝาเยี่ยนตอบว่า " ไม่มีจุดหมาย เพียงพเนจรไปทั่วทุกสารทิศ "
หลวงจีนจือเค่อซือถามอีกว่า " ฌานาจารย์ที่ธุดงค์แสวงบุญเช่นท่าน มีความรู้สึกอย่างไรต่อชีวิตพเนจร ? "
ฝาเยี่ยนตอบว่า " พเนจรไปตามวาสนา "
ฌานาจารย์ฝาเหยียนศึกษาธรรมะจากพระอาจารย์ชิ่งฮุ่ยเป็นเวลานาน ยังไม่บรรลุธรรม จึงกราบลาพระอาจารย์ ออกพเนจรภิกขาจารไปทั่วทุกหนทุกแห่ง
มาวันหนึ่ง ท่านผ่านอารามตี้จั้งย่วน หลวงจีนจือเค่อซือ ( เข้าใจอาคันตุกะ ) ผู้มีหน้าที่ต้อนรับอาคันตุกะในอาราม เห็นท่านก็ถามว่า " ฌานาจารย์ท่านนี้จะไปยังที่ใด ? "
ฝาเยี่ยนตอบว่า " ไม่มีจุดหมาย เพียงพเนจรไปทั่วทุกสารทิศ "
หลวงจีนจือเค่อซือถามอีกว่า " ฌานาจารย์ที่ธุดงค์แสวงบุญเช่นท่าน มีความรู้สึกอย่างไรต่อชีวิตพเนจร ? "
ฝาเยี่ยนตอบว่า " พเนจรไปตามวาสนา "
Subscribe to:
Posts (Atom)





