Friday, February 26, 2016

MOMENT BY MOMENT (วันนี้เพื่อวันไหน)

MOMENT BY MOMENT (วันนี้เพื่อวันไหน)

MOMENT BY MOMENT

Winners will endure a loss to day,
To gain more tomorrow;
They then are more likely to succeed

Losers will focus on every little issue,
Fiercely protecting any small gain;
Preventing the accomplishment of the larger success

Liberators make every moment the best,
They find reward in every moment

วันนี้เพื่อวันไหน

ผู้ประสบความสำเร็จยอมเสียน้อยเพื่อประโยชน์ใหญ่
จึงได้เก็บเกี่ยวผลที่ลงไป

ผู้ล้มเหลวเห็นแก่เล็กแก่น้อยจนเสียประโยชน์ใหญ่
จึงพลาดโอกาสที่จะสำเร็จ

ผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นพยายามทำทุกเวลาให้ดีที่สุด
จึงได้ผลเป็นรางวัลทุกขณะที่ทำ





By ไชย ณ พล

การรักกับการทำลาย


การรักกับการทำลาย


          ครั้งหนึ่งกษัตริย์กงหวางแห่งรัฐฉู่ทรงนำทัพสู้รบกับกองทัพรัฐจิ้นที่เอียนหลิงในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังรบติดพันกันอย่างดุเดือดนั้น กษัตริย์กงหวางก็ถูกลูกเกาทัณฑ์ที่พระเนตร จึงรับสั่งให้ถอยทัพกลับเข้าค่าย เมื่อกลับถึงค่าย นายพลซือหม่าจื้อฝ่ายก็ตะโกนว่าคอแห้งต้องการดื่มน้ำหยางกู่ซึ่งเป็นคนรับใช้ที่ติดตามรับใช้นายมานานปีเป็นคนรักนายและรู้ดีว่านายของเขาเป็นคนชอบดื่มเหล้า ด้วยเหตุนี้แทนที่เขาจะนำน้ำมาให้เขากลับยกไหเหล้ามาให้นายของเขาดื่มแก้กระหาย นายพลซือหม่าจื้อฝ่านนั้นเป็นคนคอเหล้า พอดื่มแล้วจะต้องดื่มจนเมาหัวราน้ำทุกที ครั้งนี้ก็เหมือนกันเขาดื่มเข้าไปจนเมาขนาดหนัก

          เมื่อกษัตริย์กงหวางทรงทำบาดแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระองค์ก็เตรียมจะเสด็จออกศึกอีกจึงตรัสสั่งให้คนไปตามนายพลซือหม่าจื้อฝ่าน ตอนนี้นายพลนอนอยู่บนเตียง เมาจนลุกไม่ขึ้น เขาจึงให้คนมาตามกลับไปกราบทูลว่าเขาเจ็บที่หัวใจออกรบไม่ได้ เมื่อกษัตริย์กงหวางได้ฟังเช่นนั้นก็เสด็จมาดูอาการของเขาด้วยพระองค์เอง พอพระองค์เสด็จมาถึงก็ได้กลิ่นเหล้าคลุ้งไปหมดจึงทรงกริ้วมาก ตรัสว่า

          "การรบวันนี้ข้าได้รับบาดเจ็บสาหัส การบัญชาทหารจึงต้องอาศัยเจ้า ใครจะคิดบ้างว่าเจ้ามาเป็นเช่นนี้ เจ้าต้องการจะให้รัฐของเราพินาศหรือ ? การสู้รบครั้งนี้จะทำต่อไปย่อมไม่ได้แล้ว 

          และแล้ว กษัตริย์กงหวางแห่งรัฐฉู่ก็รับสั่งให้นำตัวนายพลซือหม่าจื้อฝ่านไปประหารชีวิตเสียตามอาญาศึก


บันทึกใน "ไหวหนานจื่อ"

มุมมองปรัชญา

          การที่ซือหม่าจื้อฝ่านทำให้เสียโอกาสในการทำศึกและฝ่าฝืนระเบียบของกองทัพนั้น หยางกู่คนรับใช้ของเขาจะต้องรับผิดชอบเป็นสำคัญ เพราะเขารู้ว่าการรบกำลังติดพันกันและอยู่ในสภาพคับขัน แต่กลับคิดที่จะให้นายตัวเองดื่มเหล้าให้สบายใจ ไม่ได้คิดถึงผลที่จะเกิดขึ้น เจตจำนงทางอัตวิสัยของเขาคือรักนายของตน แต่ผลทางภววิสัยกลับกลายเป็นการทำลายนายของตน จากเรื่องนี้จะเห็นได้ว่า ผลทางภววิสัยของการได้หรือเสียนัั้น หาได้กำหนดโดยเจตจำนงทางอัตวิสัยของคนเราไม่ ถ้าหากไม่รู้จักกุมเวลา สภาพ และเงื่อนไขที่เป็นรูปธรรมแล้ว สิ่งที่ควรจะเป็นผลดีก็กลายเป็นเกิดผลร้ายได้






Thursday, February 25, 2016

นายท้ายเรือ


นายท้ายเรือ

          เรือลำน้อยที่แล่นอยู่กลางมหาสมุทร ต้องอาศัยนายท้ายเรือกุมทิศทางให้มั่น จึงจะแล่นกลับถึงฝั่งอย่างปลอดภัย เครื่องบินที่บินอยู่บนท้อฟ้า ก็ต้องอาศัยกัปตันบังคับทิศทางให้ดีจึงจะนำเครื่องร่อนลงได้อย่างปลอดภัย นักผจญภัย นักเดินทาง ล้วนต้องอาศัยเข็มทิศนำทางจับทางให้ถูกต้อง จึงจะถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

          โลกมนุษย์เปรียบเสมือนมหาสมุทร รอบตัวมีแต่ความเวิ้งว้าง ซึ่งคุณต้องคัดท้ายเรือให้ดีจึงจะไม่หลงทิศหลงทาง คนบางคนอาศัยวิชาความรู้เป็นหางเสือในการดำเนินชีวิต แต่บางคนอาศัยประสบการณ์เป็นหางเสือนำตนเองไปสู่อนาคต คนบางคนอาศัยบุญพาวาสนาส่งให้ไปสู่เป้าหมายชีวิตที่ถูกต้อง คนบางคนอาศัยความเชื่อมั่นและพลังแฝง นำพาตนเองไปสู่อนาคตตามอุดมการณ์ที่วาดหวังไว้ได้เช่นกัน

           เด็กเล็กที่ชื่นชอบการเรียนรู้เทคนิควิทยาการ สนใจด้านการค้าการลงทุนเขาต้องเป็นนายท้ายเรือของตัวเอง ยึดกุมหางเสือให้แล่นไปตามทิศทางที่ตนเองต้องการ คนที่โลดแล่นอยู่ในคลื่นมนุษย์ ในวงการธุรกิจการค้า ข้าราชการ ถ้าต้องการผลสำเร็จประเภทใดเขาจำเป็นต้องกุมหางเสือด้วยตัวเอง จึงจะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายได้ในที่สุด

          คนบางคนขณะอายุยังน้อยก็ยังรู้จักคิดแล้วว่าจะแล่นไปในมหาสมุทรแห่งความรู้ได้อย่างไร แต่เขาไม่ประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา ทั้งนี้เป็นเพราะเขาประเมินความสามารถของตนเองผิดพลาด คนบางคนคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในด้านชีวิตคู่ ได้พบคู่ครองที่สวยถูกใจ แต่จนแล้วจนรอดสูงก็เอื้อมไม่ถึง ต่ำก็คว้าไม่ได้ ในที่สุดเขาจึงหลงทิศ หาทางออกจากเส้นทางแห่งความรักไม่ได้

           คนบางคนตกอยู่ในวังวนแห่งความรัก ขาดการยึดกุมหางเสือที่ดี จึงหลงอยู่ในเส้นทางแห่งความรัก คนบางคนตั้งใจมั่นที่จะสร้างประโยชน์สุขแก่สังคมประเทศชาติ แต่กลับหลงอยู่ในชื่อเสียงลาภยศ คนบางคนเป็นผู้นำครอบครัวนำคนในครอบครัวลงนาวาลำน้อยแล่นไปข้างหน้า อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือประเทศชาติ ล้วนต้องอาศัยนายท้ายเรือที่ชาญฉลาดในการช่วยชาวประชากำหนดตำแหน่งแห่งที่ จึงจะไม่หลงทิศหลงทาง คนบางคนกุมหางเสือไม่เป็นแต่เขาสามารถติดตามคนดีมีคุณธรรม ยอมรับการนำของเขา สุดท้ายก็สามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้ คนบางคนไม่สามารถแสวงหานายท้ายเรือที่มีความสามารถที่พอจะเชื่อถือไว้วางใจได้ แต่เขาก็สามารถเดินไปบนเส้นทางชีวิตของตนเองได้เช่นกัน แต่ก็มีคนบางคน ตนเองไม่มีความสามารถและก็ไม่เชื่อถือผู้อื่น ขี้ระแวง ลังเลสงสัย ต่อให้มีทิศทางก็ไม่สามารถแล่นไปข้างหน้าได้ ที่สุดก็ล้มเหลว เที่ยวกล่าวหาว่าชะตาชีวิตตนเองไม่ดี

          ดังนั้น ชีวิตของคนคนหนึ่ง ถ้าคิดจะเป็นนายท้ายเรือก็ต้องรู้จักจังหวะโอกาส มีเหตุปัจจัยพร้อม มีความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์ข้างหน้า ได้รับความช่วยเหลือจากหลายๆ ฝ่าย แล้วเขายังจะมีอะไรจะต้องกลัวอีกในยามที่แล่นไปข้างหน้า ?




By เซนส่องทาง 

Tuesday, February 23, 2016

HEART AND HEAD (สมอง และ ใจ )

HEART AND HEAD (สมอง และ ใจ )
HEART AND HEAD

Winner work using their head,
They calculate for gain over loss,
Usually their profit is great

Losers work responding only to their emotions
They  float along uncertain currents,
Rising and falling all the time until facing destruction

Liberators work by using their head and their heart,
Managing the correct balance for the benefit of all,
They gain both profit and affection

สมอง และ ใจ

ผู้ประสบความสำเร็จทำงานด้วยสมองโดยมาก
ประมาณและประเมินสิ่งที่ทำเสมอ
จึงได้ผลดี

ผู้ล้มเหลวทำงานด้วยอารมณ์
จึงถูกซัดไปตามกระแสอละสิ่งเร้า
ชีวิตขึ้นๆ ลงๆ จนหมดแรง หรือสิ้นกำลังใจ

ผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นทำงานด้วยสมองกอปรใจ
นอกจากเก่งแล้ว ยังเอื้ออาทรต่อประโยชน์สุขทุกฝ่าย
จึงได้ทั้งเงิน ทั้งใจคน



By ไชย ณ พล

Saturday, February 20, 2016

ทำไมไม่จุดเทียน


ทำไมไม่จุดเทียน

            วันหนึ่ง กษัตริย์ผิงกงแห่งรัฐจิ้น ตรัสถามซือขวงนักดนตรีที่มีชื่อเสียงของรัฐว่า

            " บัดนี้เราก็มีอายุ 70 ปี คิดอยากจะศึกษา แต่ก็รู้สึกว่าสายไปเสียแล้ว "

            ซือข่วงทูลตอบว่า " เหตุไฉนพระองค์จึงไม่ทรงจุดเทียนเล่า ? "

            กษัตริย์ผิงกงได้ฟังเช่นนั้นก็ทรงรู้สึกไม่พอพระทัยตรัสว่า " ตัวท่านเป็นขุนนางเหตุใดจึงบังอาจมาล้อเราเล่น ? "

            ซือข่วงรีบกราบบังคมทูลว่า " ข้าพระองค์หาบังอาจกระทำการเช่นนั้นได้แต่ข้าพระองค์ได้สดับคำที่กล่าวกันทั่วไปว่า ผู้ใดรักเรียนในวัยเยาว์ ย่อมอิ่มเอิบคึกคักเสมือนดวงอาทิตย์ในยามเช้า ผู้ใดรักเรียนในวัยฉกรรจ์ย่อมเปรียบประดุจแสงแดดในตอนเที่ยงวันซึ่งยังคงร้อนแรงอยู่ ผู้ใดรักเรียนในวัยชรา ย่อมเปรียบประดุจอาศัยแสงเทียนเป็นเครื่องส่องทาง แต่การจุดเทียนส่องทางกับการคลำหาทางในที่มืดนั้นอย่างไหนจะดีกว่ากัน ? "

         เมื่อได้ฟังคำอธิบายเช่นนั้น กษัตริย์ผิงกงก็พยักพระพักต์แสดงอาการเห็นด้วย

บันทึกใน " ซ่อหยวน "

มุมมองปรัชญา

             การศึกษาเล่าเรียนก็เพื่อใช้ความรู้ที่เรียนมาเป็นประทีปส่องทางมาเป็นเครื่องชี้นำความคิดของคนเรา ในนิทานเรื่องนี้ซื่อข่วงได้ใช้ " พระอาทิตย์ " " พระอาทิตย์ในตอนเที่ยงวัน " และ " การจุดเทียน " มาอธิบายความสำคัญของการศึกษาและระยะขั้นของการศึกษาในชีวิตของคนเราอย่างรูปธรรม

             คนเราเมื่อย่างเข้าสู่วัยชรา กำลังวังชาและความจำย่อมเสื่อมลงเป็นธรรมดา เมื่อเปรียบเทียบกับคนหนุ่มๆ สาวๆ แล้วการศึกษาย่อมมีความยากลำบากมากกว่า แต่ถ้ามีความเชื่อมั่น มีความพยายาม ก็สามารถจะเอาชนะความยากลำบากได้การศึกษาย่อมไม่มีวันหมดสิ้น เมื่อยังมีชีวิตอยู่คนเราก็จะต้องศึกษาเป็นประจำจึงจะทันโลก ทันเหตุการณ์และเกิดประโยชน์






เปิดหนังสือได้ประโยชน์


เปิดหนังสือได้ประโยชน์

            เปิดหนังสือได้ประโยชน์ คำพูดประโยคนี้เป็ฯคำที่คนโบราณใช้สอนลูกหลานให้ตั้งใจเรียนหนังสือ แต่มาวันนี้อาจไม่เป็นเช่นนั้น การเปิดหนังสืออาจไม่ได้ประโยชน์ก็ได้ื บางครั้งอาจเป็นโทษด้วยซ้ำไป เช่นหนังสือโป๊ หนังสือหมอดูทำนายหวย สือสิ่งพิมพ์ที่ไร้สาระต่างๆ วางเรียงรายอยู่ในร้านหนังสือ แผงหนังสือ หนังสือประเภทนี้ เมื่อได้อ่านแล้วจิตวิญญาณไม่ถูกลากพาให้ใฝ่ต่ำลงไปก็นับบุญว่าบุญแล้ว อย่างนี้ไม่ใช่เป็นการเปิดหนังสือได้ประโยชน์อีกแล้ว

            มีอยู่วันหนึ่ง ท่านยมบาลเปิดศาลพิจารณาโทษ ท่านได้กล่าวกับผีนาย ก. ว่า "ตอนที่เจ้าอยู่ในโลกมนุษย์ได้ก่อกรรมทำชั่ว ปล้นชิงวิ่งราว ลงโทษเจ้าให้ตกนรกร้อยปี แล้วค่อยกลับไปเป็นคนใหม่ " จากนั้นพูดกับผีนาย ข. ว่า " เจ้าก็เหมือนกัน สมัยอยู่บนโลกมนุษย์เอาแต่ดื่มกิน ต้มตุ๋นชาวบ้าน ไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ลงโทษเจ้าให้ตกนรก 50 ปี แล้วค่อยกลับไปเเกิดเป็นคนใหม่" เมื่อถึงคิวของนักข่าว ท่านยมบาลพูดว่า "เจ้าต้องตกนรกตลอด ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีก " เจ้านักข่าวโอดครวญคัดค้านการตัดสินของท่านยมบาลว่า " เมื่อสักครู่เจ้าสองคนนั้นได้กระทำความชั่วสารพัด แต่มันต้องโทษเพียงไม่กี่ปี ส่วนข้าเป็นเพียงนักข่าวคนหนึ่ง ไม่ได้ทำความผิดไม่เคยฆ่าใคร แต่ทำไมต้องตกนรกไม่ได้กลับไปเกิดอีก" ท่านยมกบาลกล่าวว่า "เพราะว่าบทความที่เจ้าเขียนมันทำร้ายจิตใจคน และจนบัดนี้มันก็ยังเผยแพร่อยู่ในโลกมนุษย์ ทำให้คนยังคงได้รับภัยร้ายนั้นอยู่ ส่วนเจ้าสองคนนั้น สร้างความชั่ว สังหารคน คนรับภัยเพียงครั้งเดียวก็จบ ฉะนั้น ต้องรอจนกว่าหนังสือมหันตภัยของเจ้าจะหมดไปจากโลกมนุษย์ ในอนาคตไม่แน่ว่าเจ้าอาวาสได้กลับไปเกิดใหม่อีก"

            สมัยนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เปิดหนังสือแล้ว แต่ไปเปิดอินเตอร์เน็ตแทน เปิดอินเตอร์เน็ตมีประโยชน์หรือเปล่า ว่ากันตามตรง วิทยาการสมัยนี้ก้าวหน้า ให้ความสะดวกแก่ผู้คนใด้านข้อมูลข่าวสาร การเปิดอินเตอร์เน็ตน่าจะมีประโยชน์ แต่เพราะว่าวิทยาการก้าวหน้ารวดเร็วเกินไป คุณธรรมจริยธรรม วิสัยทัศน์ จิตวิญญาณสร้างขึ้นไม่ทันกัน ดังนั้นสิ่งไร้สาระที่เผยแพร่อยู่ในอินเทอร์เน็ตไม่เพียงไม่เกิดประโยชน์ แต่กลับให้โทษด้วยซ้ำไป

           เปิดหนังสือได้ประโยชน์ ความจริงเป็นเรื่องดี เช่น ถ้าคุณเปิดหนังสือทบทวนเลขคณิตสามารถเรียนรู้ตรรกศาสตร์ได้ ถ้าคุณเปิดหนังสือวรรณกรรมก็สามารถเรียนรู้ถึงอรรถรสความงามของกวีร้อยแก้วร้อยกรอง ถ้าคุณเปิดหนังสือเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ ก็จะได้เรียนรู้ถึงเรื่องความสมดุลของอุปสงค์อุปทาน ถ้าคุณเปิดหนังสือสังคม คุณจะได้รับการหล่อหลอมทางจิตวิญญาณ ถ้าคุณเปิดหนังสือภูมิศาสตร์ คุณจะได้เรียนรู้ถึงแผ่นดินอันกว้างใหญ่ ถ้าคุณเปิดหนังสือการเมืองการปกครอง คุณจะได้เรียนรู้ถึงการให้เกียรติและการออมชอม

           ถ้ามีคนถามว่า ความรู้มากมายเหล่านี้ ฉันไม่เปิดทั้งนั้น แล้วจะส่งผลอย่างไร คำตอบก็คือ " ความไม่รู้ " ฉะนั้น ในเบื้องต้นการเปิดหนังสือเป็นเรื่องดี เพียงแต่ว่าคุณต้องเลือกเปิดอย่างระมัดระวัง ดังคำพูดที่ว่า " ถนนทุกสายมุ่งสู่อนาคต " แต่คุณก็ต้องเลือกถนนที่มันราบเรียบหน่อยจึงจะไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย การเปิดหนังสืออ่านก็เช่นกัน







By เซนส่องทาง

Tuesday, February 16, 2016

HOPE (ความหวัง)

HOPE (ความหวัง)
HOPE

Winner have an optimistic outlook,
They work hard to fulfill the hope for a better future;
And are most likely to achieve their goals

Losers have a hopeless pessimistic outlook,
Always by blame, but do nothing to change their circumstances;
And are never likely to achieve anything

liberators have a realistic outlook,
They recognize the three powers exerted on everything;
Positive, negative and neutral forces,
while standing firmly in a neutral position,
They control negative forces,
And simulate growth of positive forces;
They succeed safely

รักเงินยิ่งชีวิต



รักเงินยิ่งชีวิต

           เล่ากันว่าชาวหย่งโจวทุกคนว่ายน้ำเก่งมาก วันหนึ่งมีชายชาวหย่งโจว 6 คน ลงเรือพายข้ามแม่น้ำเชียงเจียงขณะน้ำกำลังเอ่อท่วม พอเรือไปถึงกลางแม่น้ำก็ถูกคลื่นซัดคว่ำลง คนเหล่านั้นต่างคนต่างก็พยายามว่ายน้ำเข้าหาฝั่ง

           ในจำนวนนั้น มีชายคนหนึ่งพยายามว่ายอย่างเต็มความสามารถ แต่ก็ว่ายไปไม่ได้ไกลเท่าไร พวกเพื่อนๆ เห็นเช่นนั้นก็แปลกใจถามเขาว่า " ปกติแกเป็นคนว่ายน้ำเก่งมาก ทำไมวันนี้ว่ายไม่ทันคนอื่นเล่า ? "

           ชายผู้นั้นตอบด้วยความเหนื่อยหอบว่า " ที่เอวของข้ามีเงินคาดไว้ พันเหรียญ มันหนักจนข้าว่ายน้ำไม่ค่อยไหว "

           แกทำไมไม่แก้มันทิ้งเสียล่ะ จะเอามันไว้ทำไมอีก " เพื่อนของเขาแนะนำ

           ชายผู้นั้นสั่นศรีษะไม่กล่าวตอบ สักครู่พวกเพื่อนๆ ก็สังเกตุเห็นว่าเขาว่ายน้ำไม่ไหวกำลังจะจมน้ำ คนที่ขึ้นฝั่งได้แล้วจึงตะโกนบอกเขาว่า " แกอย่าโง่ต่อไปอีกเลย ! แกหลงเงินจนหน้ามืดตาลายไปแล้ว เวลานี้แกกำลังจะตาย เงินยังจะมีประโยชน์อะไรอีก " ชายผู้นั้นฟังแล้วก็สั่นหัวอีกและแล้วในที่สุดเขาก็หมดแรงจมน้ำตาย

บันทึกใน " หลิ๋วเหอตงจี๋ "